แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุหลันที่บึงหนองโง้ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุหลันที่บึงหนองโง้ง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ถ้อยคำของความรัก


บทกวีที่ถูกเขียนด้วยกวี
ย่อมงดงามและล้ำลึก
เขียนตามที่ใจอยากจะเขียน
เพราะบทกวี คือ บทกวี
..
ครับ ผมเขียนเธอเป็นบทกวีของผม
เพราะเธอเป็นบทกวีของผมได้ตลอดไป
เธอเป็นบทกวี
เธอไม่เป็นอื่น..
..
บทกวี งดงาม ในบทกวี
ความรัก งดงาม ในความรัก
..
ครับ คนงามของผม
..
เพราะความรักนั้นงดงาม
จึงมีบทกวีที่งดงาม
มองสิ มองความรักให้งดงาม
เขียนสิ เขียนบทกวีที่งดงาม
..
ครับ คนงามของผม


พลายพัทลุง/จันทร์วารี

ค่ำคืนแห่งรักและเดือนเกิดของเรา

พบเธอ
ฉันพบชีวิตที่งดงาม
เธอไม่ได้ตั้งคำถาม
ถึงนิยามใดๆ

เธอเป็นให้เห็น
ด้วยความคิดและชีวิต

ฉันเฝ้ามองตั้งคำถาม
ถึงนิยามความเป็นเธอ
ในรูปชีวิตที่งาม
และการดำเนิน

ใจเธอยิ่งใหญ่ในความเป็น
ใจเธอทำให้ฉันตระหนัก
ชีวิตเธอทำให้ฉันเป็น

“ชีวิตก็เป็นเช่นนี้แล
มีหอมหวาน และขมขื่น
ใครบ้างไม่ผ่านห้วงเหวของชีวิต
ใครบ้างไม่ผ่านความอาภัพ อดสู
ใครบ้าง ไม่เคยรู้ซึ้งถึงโลกสีดำ
ใครบ้าง ไม่เคยเจ็บช้ำ ระทมหม่นหมอง
ทุกคนล้วนจะพบพาน และพบพาน
ต้องผ่านให้ได้ ต้องผ่านให้ได้ นั่นคือปณิธาน
หากไม่รู้จักทุกข์ จะรู้ซึ้งถึงคุณค่าความสุขได้อย่างไร”

คำของเธอบอกเล่าแก่ฉัน
ในค่ำคืนเดี่ยวดาย

“ผ่านชีวิตอีกขวบปีแล้วซินะ
มีความสุขค่ะ
มีความสุขกับตัวเอง
มีความสุขกับสิ่งรอบข้าง
มีความสุขที่ได้มองชีวิตอย่างสวยงาม
แม้ชีวิตจะเลวร้าย แต่ในความเลวร้ายความดีงามยังคงอยู่
แม้จะร่ำไห้ แต่รอยยิ้มยังคงมีเสมอ

ความรักงดงาม เพราะโลกนี้งดงาม
มองโลกด้วยรัก โลกจึงงดงาม
มองรักด้วยรัก รักจึงงดงาม”

คำของเธอบอกเล่าแก่ฉัน
ในเดือนเกิดของเรา

ขอบคุณเธอ
ที่ทำให้มองเห็นสิ่งงามแห่งชีวิต สังคม โลก
และจักรวาล



พลายพัทลุง

ขอจงอธิษฐานให้อันธการเถิดคนดี

มาเถอะคนดี
เรามาร่วมกันอธิษฐาน
ให้ฟากฟ้ามืดมิด
เพื่อร่างน้อยๆ แห่งดวงดาว
ได้สุกพรั่งเป็นดาวระยับ

ฟ้ามืดแล้ว
ดาวน้อยๆ วิบวับๆ
ระยับงามตา

ฟ้ามืดแล้ว
ร่างงามของจวงจันทร์
เพ็ญประกาย เด่นดวง
เป็นราศีแห่งฟ้า

มาเถอะคนดี
เรามาร่วมกันอธิษฐาน
อันธการใช่ความเลวร้าย
ดูสิ มันยิ่งขับแสงดำ
ให้เห็นความสุกนวล

ม่านฟ้าในราตรีประดับดาวเคียงเดือน
มีมือและใจของเรา
ประคองเคียงอธิษฐาน



ดาวเดือนกิเลสรัก ฟ้มเมฆกิเลสฝัน

ในดวงดาวแห่งดวงเดือน

ข้าง ๆ ดาว ณ ริมธารฟ้า มีดวงเดือน
ยามราตรีเยือน
สวรรค์ก็มีเพื่อน คือ จันทร์ดาว

ฟ้าค่ำ คืนนี้
นวลแสงจันทร์ พราวแสงดาว
สว่างและวาบวาว
สวรรค์ ไสว

โอ้.. ดวงดาวแห่งรัก ในเดือนแห่งชีวิต
จักรพาลนี้คิดเยี่ยงไร
ใจแห่งฟ้า

ในดวงดาวแห่งดวงเดือน
เราคือเช่น จักรดารา
ว่ายเวี่ยฟ้า
เวหาสหฤหรรษ์

ข้าง ๆ ดวงเดือน ณ ริมธารฟ้า มีดาว
สุกพร่างพราว
กันและกัน

ดึกสงัด คืนนี้
ดาววิบวับ จันทร์สนาน
ท่องยามราตรี

โอ้.. ดวงดาวแห่งรัก ในเดือนแห่งชีวิต
ดาราและจันทร์
คงยังสถิตย์ฟ้า
กลับมาให้ชื่นชม

ชมจันทร์ ชมดาว
ในดวงดาวแห่งดวงเดือน
แห่งความรัก




วรากร จันทตารา

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ถวิลกถา ณ คำใจในเรียม

ถวิลกถา ณ คำใจในเรียม


“เขียนสิ เขียนบทกวีที่งดงาม

บทกวีที่ถูกเขียนด้วยกวี
ย่อมงดงามและล้ำลึก
เขียนตามที่ใจอยากจะเขียน
เพราะบทกวี คือ บทกวี

บทกวี งดงาม ในบทกวี
ความรัก งดงาม ในความรัก
เพราะความรักนั้นงดงาม
จึงมีบทกวีที่งดงาม

มองสิ มองความรักให้งดงาม
เขียนสิ เขียนบทกวีที่งดงาม


บทกวีหวานอุ่นละมุนละไม
ออกจากใจส่งไปอีกใจหนึ่ง
เรียงร้อยถ้อยคำที่ลึกซึ้ง
ตราตรึงหัวใจให้หวานหวาม”

"จันทร์วารี"
....

คำของเธอปลุกห้วงใจให้ฝันหวัง ปลุกชีวิตในวิถีอินทริยัง
ปะทุกล้าในรักงาม

เราผ่านชีวิตติดตาม ถ้อยนิยามในความเป็น
โลกรัก บทกวีเราแลเห็น
หนาวร้อนอ่อนแข็งเย็น เปิดประเด็นสนทนา

เรียนรู้คำรักหรรษา
ล่วงคืนวันด้วยขวัญชีวา พกพาเศร้าสุขในฤดี

..เขียนสิ เขียนบทกวีที่งดงาม

เพราะความรักนั้นงดงาม
จึงมีบทกวีที่งดงาม..

แท้ในความเป็น,ไม่ต้องถาม ความรักนั้นงดงามเสมอ
คือเธอ คือฉันในโลกที่พบเจอ
พบเธอ พบโลก พบชีวิต

เธอถาม ฉันเขียนอะไร ยังไง
ไหนฉันทลักษณ์
ฉันบอกเขียนตามที่ประจักษ์ ฉันทลักษณ์มีในความเป็น
เธออ่าน, กับคำถาม- ทำไมเขียนอย่างแล้งเข็ญ
บริภาษหญิงสาว !
ฉันบอก,- เป็นเรื่องราวในกาลก่อน

เธอบอก,- มองสิ มองความรักให้งดงาม
เขียนสิ เขียนบทกวีที่งดงาม

ฉันกล่าวคำ,- อ่านด้วยใจที่เป็น
ความรักงดงาม ฉันเห็น ฉันจึงเป็นอย่างที่เป็น

เขียนแต่เรื่องความรัก ผู้หญิง
เธอกล่าวว่า,

ฉันบอก ผู้หญิง คืออินทรีย์ คือกำลังแห่งโลก
ทุกข์ สุข ลมโบก โลกคือเธอปรารถนา..


....
เธอคือนักอ่าน ผู้อ่านหนังสือและโลก
ความทุกข์ สุขสร้างหัวใจเธอให้เป็นกวี
เธอเป็นกวี
เพราะเธอมองความรักงดงาม
เธอจึงเขียนกวีที่งดงามในหัวใจ


..........

ถวิลกถา- ถ้อยคำของเธอที่บอกแก่ฉันใน 4 วาระค่ำคืนชีวิต

กถาเพื่อนคำ

ต้อนรับสู่ถ้อยคำเขียนข้าว
หมายเหตุแห่งเรื่องราว ณ ยุคสมัย
บานแผนกแยกรับ สดับนัย
ด้วยหทัยกล่าวธรรม สมันตา


Copyright©2007 kurukarn.blogspot.com
by editorship@hotmail.com
Powered By Blogger