คิดถึงกวีหนุ่ม
กวีสาวยังกลุ้มไม่หาย
‘...ไม่รู้จะเป็นหรือจะตาย
จะดีร้ายอย่างไร....’ ก้อคิดถึง
“ เศร้าเหลือแล้วรึ กวีหนุ่ม ? ”
กวีสาวส่ง SMS สุ่มถามไป
กวีหนุ่มถามกลับ “ กวีสาวอยู่ไหน ”
กวีสาวตอบ “ อยู่ที่ใจดวงเดิม ” โมบายโฟน
“ บ้ามากเกินไป หรือปล่าวกวีหนุ่ม ? ”
กวีสาวตอกเสริม
กวีหนุ่มยิ้มอ้อนหยอกเอิน
สองกวีเพลิดเพลินถ้อยคำ พบหน้าและฟันเหล็ก
กวีสาวนั่งยิ้มกับภาพถ่ายและถ้อยคำกวีหนุ่ม
ยิ้มแก้มบุ๋มแล้วทำหน้างอนง้ำ
“ นี่ ! นี่ ! ทำหน้าขรึมๆ บึ้งๆ อยู่ดั๊ย ! ..
ใครล่ะ ! เที่ยวทำตัวให้เหินห่าง ฮื้ย ..” กลับมา/-ระหว่างคํ่าคืน
‘ ป่านนี้คงจะหลับแล้วซิน๊ะ กวีหนุ่ม...’
กวีสาวนอนคลุมโปงฝันเขินๆ
‘ พรุ่งนี้ก่อนเถอะน๊ะ...’
กวีสาวฝัน (กวีหนุ่มคงฝันมากกว่า ?) บนที่นอนปิคนิค
กวีสาวเกวลี อาโนเน่ะ
*
*
กวีหนุ่มหนึ่งนั้น- นั่งเหงา นอนหงอย ใจเฉา
กลืนกิน เป็นอยู่ลำบาก
พรํ่าเพ้อ รายมายเรื่องมาก ตายอดตายอยาก
ผอืดผอม อกตรมทนฝืน
ร่ายน้ำคำกลืนกล้ำคำขื่น ทุกคํ่าวันคืน
หน้าไม่ชื่น ตาไม่บาน
เป็นอยู่อย่างนี้ มานาน จะบ้ามิปาน
จะตายหรือไม่ตายดี
ยิ่งโศกซึม ยิ่งมากมี กาละบีบคั้นทุกที
ทุกข์ ทุกข์ เศร้า เศร้า- เปลี่ยวดาย
โอ้ ! กวีหนุ่มเป็นไปได้ บ้า บ้าจนเป็นไข้
ไม่รู้จักจับจ่ายใจ ,-
‘ กวีสาว น้องสาวสวยใส กวีสาวไปไหน
ทำไมไม่มาดูใจบ้าง ?
ช่วยหน่อยเถอะ ! กวีหนุ่มอ้างว้าง อดสูเรือนร้าง
ค้างแรมนานเนากาลฝน
และหลายหนาวเคลื่อนปะปน กวีหนุ่มอับจน
ทนนอนเดี่ยวหลายคืนแล้ว
กวีสาวจ๋า (เสียงเจื้อยแจ้ว) กวีหนุ่มแห้วแห้ว
คอยแล้ว คอยเล่า คอยอีก ...’
กวีหนุ่มหงอย กระปรอยกระปริก กวีสาวกระเซ้ากระซิก
กวีหนุ่มมีกะจิตกะใจฝันต่อ....
กวีหนุ่มไกวัลย์ เล่ะเท่ะ
ธาร อภิญญา
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ในเพิงดาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ในเพิงดาว แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2550
เธอ ฉัน บทกวีของเรา
ผู้หญิงของฉัน
ในการดำรงอยู่ของเธอ
ฉันอ่านเธอประดุจดังบทกวี
และในความไกลห่าง
ฉันอ่านเธอดุจดังบทกวีเช่นกัน-
จากความทรงจำในห้วงคำนึง
บทกวีแห่งจิตวิญญาณของฉัน
ในโลกแห่งความงามนั้น
บางที บทกวีสองบท
จักได้สอดประสาน กลมกลืนเข้าด้วยกัน
ก่อเกิดเป็นกวีบทใหม่
ซึ่งดำรงอยู่ใน-
อ ม ต ะ ภ า พ
วรกิจ วรเปโม
ในการดำรงอยู่ของเธอ
ฉันอ่านเธอประดุจดังบทกวี
และในความไกลห่าง
ฉันอ่านเธอดุจดังบทกวีเช่นกัน-
จากความทรงจำในห้วงคำนึง
บทกวีแห่งจิตวิญญาณของฉัน
ในโลกแห่งความงามนั้น
บางที บทกวีสองบท
จักได้สอดประสาน กลมกลืนเข้าด้วยกัน
ก่อเกิดเป็นกวีบทใหม่
ซึ่งดำรงอยู่ใน-
อ ม ต ะ ภ า พ
วรกิจ วรเปโม
ฉันจะเขียนเธอเป็นบทกวี..
ฉันอยากเป็นกวี
เพื่อจะได้เขียนบทกวีให้แด่เธอ
ฉันจะให้เธอเป็นบทกวี
โอ.. เธอผู้เป็นบทกวีของฉัน
ฉันจะเขียนเธอให้เป็นบทกวีอย่างไรดี
ฉันจะเขียนเธอให้เจ็บปวด
หรือจะเขียนตัวฉันเองให้เจ็บปวด
เธอ, ผู้เป็นบทกวีของฉัน
ฉันจะเขียนเธอเป็นบทกวี..อีกหลายๆ ครั้ง
และอีกหลายๆ บท.. หลายวัน-เดือน-ปี
ฉันจะเขียนเธอเป็นบทกวีที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เธอจะเป็นบทกวีของฉันที่ไม่มีวันสูญสิ้น
ฉันจะเขียนเธอเป็นบทกวีในทุกห้วงฤดูกาล
ทุกความเป็นจริง
ทุกสิ่ง
กาลนี้ น้ำท่วมอีกครั้ง
ฉันจะเขียนเธอเป็นบทกวีน้ำท่วม
ฝนเริ่มลงเม็ด
ฉันจะเขียนเธอเป็นเม็ดฝน สายฝน
ทั้งที่สาดกระหน่ำและโปรยปรายปรอยน้ำละมุน
แม้ในวันที่แดดสวย หรือร้อนแรง
ฉันจะเขียนเธอเป็นแดดสวย
และแดดที่แรงร้อน แผดเผา
วรกิจ วรเปโม
เพื่อจะได้เขียนบทกวีให้แด่เธอ
ฉันจะให้เธอเป็นบทกวี
โอ.. เธอผู้เป็นบทกวีของฉัน
ฉันจะเขียนเธอให้เป็นบทกวีอย่างไรดี
ฉันจะเขียนเธอให้เจ็บปวด
หรือจะเขียนตัวฉันเองให้เจ็บปวด
เธอ, ผู้เป็นบทกวีของฉัน
ฉันจะเขียนเธอเป็นบทกวี..อีกหลายๆ ครั้ง
และอีกหลายๆ บท.. หลายวัน-เดือน-ปี
ฉันจะเขียนเธอเป็นบทกวีที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เธอจะเป็นบทกวีของฉันที่ไม่มีวันสูญสิ้น
ฉันจะเขียนเธอเป็นบทกวีในทุกห้วงฤดูกาล
ทุกความเป็นจริง
ทุกสิ่ง
กาลนี้ น้ำท่วมอีกครั้ง
ฉันจะเขียนเธอเป็นบทกวีน้ำท่วม
ฝนเริ่มลงเม็ด
ฉันจะเขียนเธอเป็นเม็ดฝน สายฝน
ทั้งที่สาดกระหน่ำและโปรยปรายปรอยน้ำละมุน
แม้ในวันที่แดดสวย หรือร้อนแรง
ฉันจะเขียนเธอเป็นแดดสวย
และแดดที่แรงร้อน แผดเผา
วรกิจ วรเปโม
วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2550
กู คือห้องหนังสือ
ดิน ในตัวกู คือ กระดาษและปากกา
นํ้า ในตัวกู คือ เลือดละลายหมึก
ไฟ ในตัวกู คือ แรงปะทุกล้าปรุงแต่งจารึก
ลม ในตัวกู คือ ปะทะสำนึกจารลายลักษณ์
อวิชชา คือ ปกหน้าหนา-บาง หุ้มพลาสติก
โลภจริต คือ คำนำอันคลุกคลั่ก
โทสะ คือ สารบัญไว้เปิดหน้ายักษ์
โมหะ คือ พนักฉากเนื้อเรื่องเปลืองตัว
สังขาร วิญญาณ นามรูป
สฬายนะ จูบตัณหาพาระรัว
อุปาทานยึดมั่นจนน่ากลัว
ชาติ ภพ อยู่จบทั่วบรรณานุกรมชรามรณะฯ
ปล.
กรรม บรรณาธิการ
อวิชชา จัดพิมพ์ครั้งแรก ๒ สิงหาคม ๒๕๑๒
กิเลส พิสูจน์อักษร
บุญ บาป ภาพปก/ภาพประกอบ
ดี ชั่ว จัดจำหน่าย
กุสลา ธัมมาฯ สายส่ง
โลกนี้ ถ่ายเพลทแม่พิมพ์สีขาวดำ
พิมพ์ที่ บริษัท ตัวกูเองคริเอท จำกัด (เอกชน)
จำนวนพิมพ์ ๘,๔๐๐๐ เล่ม
ราคา ๕๐๐ บาทไม่ (มี) ขาย
คัน คนคลอง
๑๒ กรกฎ. ๒๕๔๑
ฤดูฝน ฤดีเดียว
ฤดูฝน ฤดีเดียว
ละอองฝนโปรยจากฟ้า เมฆละออง
ฤดูลมฉํ่าฝนปน แห่งฤดู
ฤดีอิ่มเอมธรรมผล ปริ่มฤดี
ขณะหนึ่งชีวีระลึกรู้ เพ่งธรรมเพียงขณะ
กิร, สดับมาเรื่องฝน เปียกใจ
เทวษละอองรดอาบใน หมองชื้น
ทุรนทุกข์ทุรายไป ตัด-เกี่ยว
สุขธรรมห่าง,-จิตตื้น เปลี่ยวร้างฤดีในฤดู
ละอองฝนพรมปรอยร่วง รดฤดี
ฤดีพรํ่าธรรมทีปนี ตระหนักรู้
ฤดูขณะหนึ่ง ขณะหนึ่งมี ขณะหนึ่ง
ขณะซึ่งพระธรรมผู้ อยู่แท้ฤดูฤดีเดียวฯ
ละอองฝนโปรยจากฟ้า เมฆละออง
ฤดูลมฉํ่าฝนปน แห่งฤดู
ฤดีอิ่มเอมธรรมผล ปริ่มฤดี
ขณะหนึ่งชีวีระลึกรู้ เพ่งธรรมเพียงขณะ
กิร, สดับมาเรื่องฝน เปียกใจ
เทวษละอองรดอาบใน หมองชื้น
ทุรนทุกข์ทุรายไป ตัด-เกี่ยว
สุขธรรมห่าง,-จิตตื้น เปลี่ยวร้างฤดีในฤดู
ละอองฝนพรมปรอยร่วง รดฤดี
ฤดีพรํ่าธรรมทีปนี ตระหนักรู้
ฤดูขณะหนึ่ง ขณะหนึ่งมี ขณะหนึ่ง
ขณะซึ่งพระธรรมผู้ อยู่แท้ฤดูฤดีเดียวฯ
ในเพิงดาว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
กถาเพื่อนคำ
ต้อนรับสู่ถ้อยคำเขียนข้าว
หมายเหตุแห่งเรื่องราว ณ ยุคสมัย
บานแผนกแยกรับ สดับนัย
ด้วยหทัยกล่าวธรรม สมันตา
Copyright©2007 kurukarn.blogspot.com
by editorship@hotmail.com
หมายเหตุแห่งเรื่องราว ณ ยุคสมัย
บานแผนกแยกรับ สดับนัย
ด้วยหทัยกล่าวธรรม สมันตา
Copyright©2007 kurukarn.blogspot.com
by editorship@hotmail.com
